การเป่าแก้วสำหรับงานวิทยาศาสตร์เป็นงานฝีมือเฉพาะทางที่ผสานระหว่างวิศวกรรมที่แม่นยำกับทักษะเชิงศิลป์อย่างลงตัว
ขั้นตอนเริ่มต้นจากการเลือกท่อแก้วบอโรซิลิเกตที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเหมาะสม จากนั้นจึงให้ความร้อนกับท่อแก้วโดยใช้เปลวไฟจากการผสมแก๊สกับออกซิเจน จนแก้วเริ่มอ่อนตัวและเรืองแสงเป็นสีส้มแดง
ช่างเป่าแก้วจะค่อยๆ ดึง ต่อ และขึ้นรูปแก้วตามขนาดและรูปแบบที่แม่นยำ ระหว่างการเชื่อมต่อ ช่างมักจะต่อท่อเข้ากับสายเป่า แล้วเป่าลมเข้าไปในท่อเพื่อสร้างฟองอากาศที่ควบคุมได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการขึ้นรูปข้อต่อของอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการ
ตลอดกระบวนการนี้ ช่างจะหมุน เป่า และปรับรูปทรงอย่างละเอียด โดยอาจใช้แม่พิมพ์สำหรับชิ้นส่วนมาตรฐาน หรือใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อขึ้นรูปโค้งและจุดเชื่อมต่อที่แม่นยำ
เมื่อขึ้นรูปเสร็จแล้ว แก้วจะถูกตัด ขัด เจียร และแกะสลัก เพื่อให้ได้ระดับความแม่นยำและความใสสูงสุด ซึ่งมีความสำคัญต่อความเที่ยงตรงของการทดลองทางวิทยาศาสตร์
สุดท้าย แก้วจะถูกนำไปให้ความร้อนอีกครั้ง และผ่านการทำให้เย็นลงอย่างช้าๆ ในเตาเผา เพื่อลดแรงเครียดภายในเนื้อแก้ว เพิ่มความทนทานและความปลอดภัยในการใช้งาน






